ทำความรู้จัก Telegram แอปพลิเคชันแชตสุดฮิตในช่วงเดือนตุลาคมนี้!


ทำความรู้จัก Telegram แอปพลิเคชันแชตสุดฮิตในช่วงเดือนตุลาคมนี้!

ทำความรู้จัก Telegram แอปพลิเคชันแชตสุดฮิตในช่วงเดือนตุลาคมนี้! Telegram (เทเลแกรม) เป็นแอปพิลเคชั่นแชตที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 2013 โดยพี่น้องชาวรัสเซีย ชื่อว่า Pavel Durov และ Nikolai Durov สามารถใช้งานได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ซึ่งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2563 Telegram มีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกต่อเดือนสูงถึง 400 ล้านคน และมีผู้ใช้รายใหม่กว่า 1.5 ล้านคนต่อวัน เราไปทำความรู้จักกับ Telegram กันให้มากขึ้นกว่านี้ดีกว่า จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นตามไปดูกันเลย

ทำความรู้จัก Telegram แอปพลิเคชันแชตสุดฮิตในช่วงเดือนตุลาคมนี้!

Telegram มีจุดเด่นหลายอย่างซึ่งไม่มีในแอปฯ อื่น ๆ ประการแรกเลยก็คือ สามารถสร้างกลุ่มแชตขนาดใหญ่ที่รองรับคนจำนวนมหาศาลได้สูงสุดถึง 200,000 คน หรือจะสร้างเป็นแชนแนลเพื่อเอาไว้สำหรับส่งข้อมูลกระจายข่าวสารให้กลุ่มคนก็ได้เช่นกัน โดยการแชตทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นแบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่ม ข้อความจะถูกเข้ารหัสเอาไว้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกสามารถเจาะเข้ามาอ่านได้ง่าย ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น Telegram ยังมีฟีเจอร์สุดเจ๋งอีกอย่างหนึ่งก็คือ ห้องแชตลับ Secret Chats ที่จะมีการเข้ารหัสแบบ End-To-End ซึ่งนอกจากคนที่สนทนาอยู่ในห้องแชตแล้ว ก็จะไม่มีใครสามารถแอบอ่านข้อความแชตในห้องลับนี้ได้อย่างแน่นอน แม้แต่ทีมงานของ Telegram เองก็ไม่สามารถอ่านได้ อีกทั้งข้อความแชตในห้องนี้ยังตั้งเวลาให้ลบตัวเองได้ เพื่อป้องกันความลับรั่วไหลออกไปให้คนนอกรู้ด้วย

ส่วนฟีเจอร์พื้นฐานนั้น จะมีเหมือนกับแอปฯ แชตอื่น ๆ ทั้งการส่งรูปภาพ วิดีโอ ส่งไฟล์ต่าง ๆ เปลี่ยนธีมสีและพื้นหลังได้ แชร์พิกัดบนแผนที่ ลบข้อความที่ส่งผิด ส่งข้อความแบบไม่ต้องแจ้งเตือน ปักหมุดข้อความ สร้างโพลล์ให้ร่วมกันโหวต รวมทั้งการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ซ่อนเบอร์โทรศัพท์ ซ่อนรูปโปรไฟล์ หรือซ่อนสถานะออนไลน์ได้ และมีสติ๊กเกอร์ให้เลือกใช้ได้มากกว่า 2 แสนชุด สามารถเข้ากลุ่ม แจกสติกเกอร์ Telegram ฟรีอีกด้วย

ทำความรู้จัก Telegram แอปพลิเคชันแชตสุดฮิตในช่วงเดือนตุลาคมนี้!

จริง ๆ แล้วในแวดวงนักพัฒนา หรือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์นั้นใช้ Telegram กันมาสักพักแล้ว เพราะข้อดีที่สามารถเก็บข้อความไว้บน Cloud ทำให้เวลาย้ายเครื่องแล้วข้อความและรูปที่เคยคุยไม่หาย (แต่ถ้าไม่ได้เปิดใช้นาน 6 เดือน ข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบนะ ซึ่งสามารถไปตั้งให้ไม่ลบได้นานสุด 1 ปี) สร้างสติกเกอร์ใช้เองได้ โหลดฟรีได้ ล็อกอินใช้งานพร้อมกันหลาย ๆ เครื่องได้ ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อการทำงานกับบริการอื่น ๆ เช่นทำเป็น bot แจ้งการทำงานของระบบต่าง ๆ ได้

จุดเด่นอีกอย่างของ Telegram คือสามารถสร้างกรุ๊ปสนทนาที่มีสมาชิกถึง 200,000 คนได้ และสามารถสร้าง Channel เพื่อกระจายข่าวสารทางเดียว (ไม่มีการแชตกลับไป) โดยที่มีสมาชิกไม่จำกัดได้ด้วย นอกจากนี้ Telegram ยังมี Secret Chat การสนทนาแบบเข้ารหัสพิเศษที่จะไม่เก็บบน Cloud และมีการเข้ารหัสแบบ End-to-End เพื่อไม่ให้มีใครดักระหว่างทางได้ และข้อความจะถูกลบเมื่อถึงเวลาได้ด้วย

Telegram นั้นใช้ฟรี ไม่มีโฆษณา และไม่มีการเก็บข้อมูลผู้ใช้เพื่อเอาไปใข้ต่อเลย เพราะผู้สร้างคือ Pavel Durov เป็นมหาเศรษฐีที่สร้าง VK เครือข่ายสังคมยอดนิยมของรัสเซียมาก่อน ก่อนที่ VK จะถูก Mail.Ru ฮุบไป

โดย Pavel อ้างว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทเพื่อนของปูติน จากความขัดแย้งนี้ Pavel ก็อพยพจากรัสเซีย โดยไปได้สัญชาติ Saint Kitts and Nevis (เซนต์คิตส์และเนวิส) ประเทศเกาะแถบแคริบเบียน และเริ่มโครงการต่อไปคือ Telegram ที่ตอนแรกตั้งสำนักงานใหญ่ใน Berlin แต่ก็ย้ายไป St. Petersburg และสุดท้ายตอนนี้ไปอยู่ที่ดูไบ

เล่ามาถึงตรงนี้ก็เหมือน Pavel Durov สร้าง Telegram มาเพื่อล้างแค้นรัสเซียเหมือนกันนะ เพราะ Telegram ออกแบบมาให้สู้กับการเซ็นเซอร์ของรัฐได้ ในปี 2018 รัสเซียพยายามแบนแอป Telegram แบบเล่นใหญ่มาก แบนไปราว 16 ล้าน IP แต่ยังก็ไม่สามารถแบน Telegram แบบเด็ดขาดจากรัสเซียได้

แอปพลิเคชันแชตสุดฮิตในช่วงเดือนตุลาคมนี้!
ทำความรู้จัก Telegram แอปพลิเคชันแชตสุดฮิตในช่วงเดือนตุลาคมนี้!

เพราะ Telegram สามารถทำตัวเนียนเป็นทราฟฟิกจาก Google กับ Amazon ได้ ด้วยเทคนิค Domain Fronting ผลคือบริการต่าง ๆ ทั่วรัสเซียมีปัญหาหนัก เพราะตั้งใจแบน Telegram แต่ผลพวงไปโดนบริการอื่น ๆ ให้ใช้ไม่ได้ไปด้วย สุดท้ายจึงต้องยกเลิกไป

แต่ Telegram ก็สัญญาว่าจะช่วยรัสเซียดูแลเรื่องการก่อการร้ายที่อาจใช้ Telegram ในการสื่อสาร Telegram ก็ไม่ใช่แอปแชตที่มีความปลอดภัยสูงสุดนะครับ มีหลายจุดที่เราต้องระวัง ที่อย่าไปไว้ใจมันทุกอย่าง อย่างแรกคือการล็อกอินนั้นจะใช้เบอร์โทรเป็นพื้นฐาน และส่งรหัสผ่านเป็น OTP เพื่อเข้าใช้งานครับ ซึ่งถ้าเราโดนดัก OTP ได้ คนอื่นก็เข้าบัญชีของเราได้ แต่เราสามารถทำให้ปลอดภัยมากขึ้นโดยการตั้งรหัสผ่านของตัวเองควบคู่ไปกับ OTP ได้

นอกจากนี้ที่เราควรปรับคือ เข้าไปในหน้า Settings -> Privacy and Security แล้วปรับในหมวด Phone Number ไม่ให้ผู้ใช้คนอื่นเห็นเบอร์โทรของเรา (เพราะค่ามาตรฐาน ทุกคนใน Telegram จะเห็นเบอร์โทรของเราได้) พร้อมตั้ง Who Can Find Me By My Number เป็น My Contacts เพื่อให้คนอื่นสามารถหาเราผ่านเบอร์โทรได้เฉพาะคนที่อยู่ในคอนแท็คของเราเท่านั้น ที่สำคัญ เราสามารถเปลี่ยนชื่อตัวเองใน Telegram ไม่ให้เจาะจงได้ด้วยนะ

ทั้งนี้ Telegram สามารถใช้งานได้พร้อมกันบนหลายเครื่องมือ โดยข้อความจะถูก Sync ถึงกันหมด ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ต ซึ่งในการสมัครใช้งานนั้น จะต้องใช้เบอร์โทรศัพท์ในการสมัครบัญชีด้วย ตามขั้นตอนดังนี้

  • ดาวน์โหลดแอปฯ Telegram ที่ https://telegram.org/ แล้วเปิดแอปฯ ขึ้นมา
  • กดปุ่ม  Start Messaging เพื่อลงทะเบียน
  • เลือกประเทศแล้วกรอกหมายเลขโทรศัพท์ของเราลงไป
  • รอรับหมายเลขยืนยันตัวตนทาง SMS เมื่อได้แล้วก็ให้นำไปกรอกในแอปฯ
  • กรอกชื่อ-นามสกุลของเราลงไป ก็เป็นอันเรียบร้อย สามารถเริ่มใช้งานได้ทันที!

ใครที่เล่น Telegram ก็มั่นใจได้ว่ามันเป็นโปรแกรมส่งข้อความแบบเข้ารหัสสองทางที่มีความปลอดภัยสูงนั่นหมายความว่าทางบริษัทเองก็ไม่สามารถรู้ข้อความระหว่างผู้ส่งและผู้รับได้อย่างแน่นอน

บทความแนะนำ : “หนังตะลุง” ศิลปะการแสดงของภาคใต้ ที่กำลังจะเลือนหายไป
เรื่องที่คุณอาจสนใจ : 10 สถานที่ท่องเที่ยวนิวซีแลนด์